จีน => ออกจาก Langmusi (ลังมุซี่) ไป Zoige (โซยเก) และ Songpan (สองพัน)

หลังจากท่ีตัดสินใจอยู่ต่ออีกคืนหนึ่งท่ีลังมุซี่แล้ว เราเดินออกไปท่ีร้าน Black Tent Café ที่มีแต่อาหารฝรั่งแต่ในเมนูเขาก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก จำได้เกือบหมดละ ช่วงอาทิตย์หน้าเป็นวันหยุดยาวทั้งอาทิตย์ และเป็นอาทิตย์ท่ีคนจีนทั้งประเทศหยุดยาวท่ีสุดในรอบปี นั่นคือ “Golden week” วันท่ี 1 ตุลาเป็นวันชาติแต่เขาจะหยุดกันยาวตั้งแต่วันท่ี 1 ถึง 7 ตค.ซึ่งวันหยุดนี่เองทำให้เราต้องปวดหัวอีกครั้งหนึ่งกับเรื่องวีซ่า เขาอนุญาติให้เราต่อวีซ่า 7 วันล่วงหน้าก่อนวีซ่าจะหมดอายุ วีซ่าเราจะหมดวันท่ี 10 ตค.เหมาะเจาะตรงกลางอาทิตย์นั้นเลย ในฟอรั่มท่ีคุยกันเกี่ยวกับเมืองจีนแนะนำกันว่าควรจะไปต่ออายุวีซ่าตามเมืองเล็ก ๆ เพราะไม่ค่อยมีงานทำซึ่งอาจจะได้วีซ่าเร็วขึ้น เช่นถ้าไปต่อท่ีเฉินตูก็รอไปเลยอีก 5-7 วันถึงจะได้วีซ่าแต่ได้ข่าวว่าค่าธรรมเนียมถูกกว่ามันน่าจะราคาเท่ากันทั้งประเทศนิ งง

หน้าตึกเกสต์เฮาส์ท่ีลังมุซี่ท่ีเราตั้งใจว่าจะอยู่แค่ 2 คืนแต่กลายเป็น 4 คืนเพราะติดหิมะ ;-)

หน้าตึกเกสต์เฮาส์ท่ีลังมุซี่ท่ีเราตั้งใจว่าจะอยู่แค่ 2 คืนแต่กลายเป็น 4 คืนเพราะติดหิมะ 😉

พอเราเดินกลับมาก็เห็นมีฝรั่งสาวคนหนึ่งกำลังเช็คอินท่ีเกสต์เฮาส์ ที่จีนอ่ะนะเขาชอบตะโกนข้ามหัวคุยกัน เจ้าของเกสต์เฮาส์ตะโกนถามมาว่า ”อยู่ต่อมั้ย?” เราบอกเขาว่าเราจะอยู่ต่อหิมะตกและหนาวอย่างนี้ไม่อยากปั่น สาวผู้นั้นก็หันมาแล้วถามว่า “จักรยานท่ีจอดอยู่นั่นของพวกเธอหรอกรึ?” ซูซี่เล่าให้ฟังว่าเขาเจอคู่หนึ่งปั่นจากเยอรมันมาจีนและลงท้ายด้วยคำว่า “CRAZY” พอเราบอกว่าเราเริ่มจากไหนเขาแทบหงายหลัง 😉 แต่เขาคิดว่าทริปหน้าเขาอาจจะใช้จักรยานแทนแบกเป้ ส่วนเราอาจจะแบกเป้แทนจักรยาน เหอะๆๆ หลังจากนั้นเราก็ได้นั่งคุยกันนั่งกินข้าวมื้อเย็นด้วยกันคุยกันถูกคอเชียว แต่เรามีธุระเยอะไปหน่อยเลยขอตัว 

เพื่อนใหม่ชาวออสซี่ "ซูซี่"

เพื่อนใหม่ชาวออสซี่ “ซูซี่”

ตอนเช้าเรามีเปลี่ยนแผนนิดหน่อยเลยมีเวลาคุยกับซูซี่เพื่อนใหม่จากออสเตรเลีย เขารอรถทัวร์จะไปเท่ียวต่อ เราร่ำลากันตรงนั้นและหวังว่าจะได้ต้อนรับเขาท่ีสวีเดนไม่วันใดก็วันหนึ่ง และดูท่าทางเขาก็สนใจท่ีจะมาเยี่ยมเราด้วย ซูซี่แนะนำเราให้ขึ้นไปดูวัดใกล้ ๆ เกสต์เฮาส์ค่าเข้าคนละ 30 หยวน ทั้งภูเขานั่นเป็นเขตของวัด เราปั่นจักรยานขึ้นเขาไปทำให้ไปถึงก่อนกรุ๊ปทัวร์ท่ีกำลังเดินขึ้น รีบ ๆ ถ่ายรูปก่อนท่ีพื้นท่ีนั้นจะเต็มไปด้วยผู้คน เดินกันไปจนถึงหอสวดมนต์ เข้าไปไม่ได้เพราะพระกำลังสวดมนต์อยู่เลยยืนฟังพระสวดอยู่ข้างนอก หลังจากนั้นก็เดินกลับมาท่ีจักรยาน ใส่น้ำมันท่ีโซ่หน่อย เพราะล้างเสียสะอาดเมื่อวานนี้ หยอดยังไม่ทันรอบโซ่ เงยหน้าขึ้นมา อึ๋ย…เณรน้อยพากันมาจากไหนไม่รู้ 10-20 คน (เรียกสรรพนามถูกมั้ยเนี่ย?) มุงดูเราอยู่ โจคิมกำลังรื้อกระเป๋าหาถุงมือเผอิญเอากล้องส่องทางไกลขึ้นมาวางบนอานก็มีเณรน้อยหยิบไปส่อง แล้วมันก็ถูกหยิบจากมือเณรคนแรกเอาไปส่อง ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องขอคืนไม่อย่างนั้นคงได้ยืนรออยู่ตรงนั้นจนหมดเวลาพักของพวกเขา เณรน้อยบวชเรียนยังงัยก็ยังเป็นเด็ก อยู่ดีเนอะ ซุกซนเหมือนเดิม

วัดบนภูเขาใกล้ ๆ ท่ีพัก

วัดบนภูเขาใกล้ ๆ ท่ีพัก

สีสรรภายในวัด

สีสรรภายในวัด

ได้เวลาออกเดินทางต่อ เราต้องปั่นย้อนออกทางเดิม 3 โลกว่า ๆ เมืองลังมุซี่อยู่ท่ีความสูงประมาณ 3300 ออกมาถึงปากทางก็ไหลลงเขาเลยสบาย แต่สักพักก็ต้องปั่นขึ้นไปอีก 300 เมตร ก็สาหัสอยู่เหมือนกัน วันนี้ทำไมเหนื่อยจัดซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ เราพักกันตั้ง 4-5 วันท่ี่ลังมุซี่ แรงน่าจะเยอะแต่กลับกลายเป็นว่าปั่นตามโจคิมไม่ไหว หรือว่าแรงหดหายไปเรื่อยไม่รู้นิ สายหน่อยรู้สึกแน่นท้องอึดอัด ไม่รู้ว่ามาจากอาหารท่ีกินมากเกินไปก่อนปั่นหรือใส่กางเกงหลายชั้นวันนี้ใส่ 3 ชั้น (คือ 1. กางเกงจักรยานขาสั้น 2. กางเกงยางยืดแนบตัวขายาว 3. กางเกงขายาวตัวท่ีใส่ประจำ) เพราะรู้สึกเย็น ๆ  น่าจะทุกอย่างรวมกัน ตอนออกจากเมืองแค่ 6-7 องศาเอง แต่พอปั่นขึ้นมาระดับ 3600 อุณหภูมิกลับสูงขึ้นเป็น 11-12 องศาแปลกมาก ขาก็ดูเหมือนไม่มีแรงท่ีจะปั่น พยายามขนาดไหนก็ไม่เป็นผล หรืออาจจะเป็นเพราะความสูง แต่เราก็อยู่ในระดับนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนี่นา น่าจะปรับสภาพร่างกายได้แล้ว งง คงจะพักนานเกินไป 😉 โจคิมพูดถึงพักเท่ียงกินไข่ต้มท่ีซื้อมาจากร้านข้าง ๆ ท่ีพัก ท่ีได้ไข่ต้มมาเพราะเขากำลังต้มอยู่ เราชี้อย่างเดียว แต่ท้องอืด ๆ เลยยังไม่นึกอยากกินอะไร

ทางเข้าไปอีกเมืองท่ีนักท่องเท่ียวหลายคนอยากจะไปท่ีนั่นมาก เราเลยไม่ไป 555 ไม่ใช่ค่ะ พอดีมันไม่ได้อยู่ในเส้นทางของเรา ไม่อยากปั่นอ้อม

ทางเข้าไปอีกเมืองท่ีนักท่องเท่ียวหลายคนอยากจะไปท่ีนั่นมาก เราเลยไม่ไป 555 ไม่ใช่ค่ะ พอดีมันไม่ได้อยู่ในเส้นทางของเรา ไม่อยากปั่นอ้อม

วิวจากบนภูเขา

วิวจากบนภูเขา

แต่ก็ปั่นมาเรื่อย ๆ ช้า ๆ จนมาถึงเมืองโซยเก (Zoige) ระยะทางประมาณ 90 กม. หลัง ๆ นี่เราจะเช็คจากหนังสือเดินทางละ ว่ามีท่ีพักหรือโรงแรมตรงไหน เพราะถ้าเขามีลงในหนังสือเดินทางนั่นหมายความว่าโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์นั้นสามารถรับชาวต่างชาติได้ ขี้เกียจเข้าไปถามว่าเขามีใบอนุญาติหรือเปล่า แต่เวลาท่ีเรามาถึงเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองโซยเก ก็ต้องมองหาและถามไปเรื่อย อย่างน้อย 2-3 แห่งกว่าจะเจอท่ีท่ีสามารถให้เราพักได้ เรามาเจอโรงเตี้ยมนี่เป็นท่ีท่ีสี่ เฮ้อ…เหนื่อยใจ หาท่ีกางเต้นท์ยังใช้เวลาน้อยกว่าอีก พอเช็คอินเอากระเป๋าขึ้นห้อง เราก็รีบเปิดฮีตเตอร์เครื่องทำความร้อน อ้าว…ทำไมไม่ทำงานหนาวนะ เดินลงไปหาเด็กท่ีพามาดูห้อง เขาตามมาและบอกว่าเครื่องทำความร้อนจะทำงานตอนสองทุ่ม ดีท่ีแผ่นทำความร้อนท่ีเตียงทำงานได้เลย เราไม่รู้หรอกเขาขึ้นมาเปิดให้ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ได้นอนหนาวถึงแม้จะมีคนรู้ใจอยู่ข้าง ๆ 😉 พอจะอาบน้ำ อ้าว..ทำไมน้ำไม่ร้อนเอ่อ..หรือต้องรอจนถึงสองทุ่มด้วย รอไม่ไหวละหิวออกไปหาอะไรกินก่อนละกัน

ท่ีพักดูโรแมนติคมั้ย ตอนดึกต้องลุกขึ้นมาเบาไฟแผ่นทำความร้อนท่ีเตียง

ท่ีพักดูโรแมนติคมั้ย ตอนดึกต้องลุกขึ้นมาเบาไฟแผ่นทำความร้อนท่ีเตียง

ในเมืองโซยเก

ในเมืองโซยเก

เดินไปท่ีร้านอาหาร จริง ๆ มันดูเหมือนว่าเขาปิดร้านแล้ว แต่เห็นคนเดินเข้าไปแล้วก็หิ้วกล่องอาหารออกไป เราทำท่าว่าจะเอาแบบลูกค้าคนนั้นแต่เขาไม่เข้าใจ เลยต้องพยายามสั่งอะไรท่ีสามารถใช้ภาษามือแบบง่าย ๆ สรุปได้ข้าวผัดไข่ อ้า..ครั้งนี้ได้อย่างท่ีสั่งนะ ไม่เหมือนตอนสั่งไข่ต้มถ้าไม่ได้ไข่น้ำก็ไข่ดาว 🙂 ตอนท่ีพยายามสั่งอาหารลูกสาวเขานั่งทำการบ้านอยู่ เห็นเขาค้น ๆ ในกองหนังสือของเขาน่าจะหาหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ คงหาไม่เจอเลยเดินไปเรียกเพื่อน ๆ มาช่วยกัน น่ารักดีเห็นความพยายามของเขาแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล

โรงเตี้ยมท่ีนี่ในราคาคืนละร้อยหยวนส่วนใหญ่ไม่มีอาหารเช้า เราเลยต้มมาม่ากินกันไปก่อนแต่เวชปล่อยให้มันแช่อยู่ในน้ำร้อนเร็วไปหน่อย วันนี้เลยยังรู้สึกอึดอัดในท้องอยู่ ชักไม่อยากินมาม่าอีกเลย หรือไม่อย่างนั้นก็เอาแต่เส้นแล้วหาอะไรอย่างอื่นมาใส่แทนพวกผงท่ีเขาให้มา ไม่ใช่ง่ายอีก แฮ่.. ตอนท่ีไปแวะซื้อขนมปังและของกินเล่นเพิ่มพลังงานอื่น ๆ เวลาเราจอดจักรยานอยู่หน้าร้าน มักจะมีคนเข้ามาชวนคุยด้วย ทุกครั้งท่ีบอกว่าเราเป็นคนไทยมีแค่คนเดียวตอนนี้ท่ีเข้าใจและพยายามพูดภาษาจีนน้อยคำ ทำท่าทำทางมากขึ้น คือคนท่ีทำงานท่ีร้านอาหารท่ีเมืองลังมุซี่ นอกจากนั้นพยักหน้ารับรู้แต่ก็ยังพูดไม่ยอมหยุด เอ้า..พูดไป ๆ จับได้คำไหนท่ีพอรู้ความหมายข้าพเจ้าก็เดาไปเรื่อยเปื่อยละนะ

หมู่บ้านแถบนี้ยังคงมีสไตล์แบบทิเบตอยู่ หรือว่าคนจีนอยู่ท่ีลุ่มส่วนคนทิเบตอยู่บนเขา เดาเอานะค่ะ ;-)

หมู่บ้านแถบนี้ยังคงมีสไตล์แบบทิเบตอยู่ หรือว่าคนจีนอยู่ท่ีลุ่มส่วนคนทิเบตอยู่บนเขา เดาเอานะค่ะ 😉

อีกมุมหนึ่งของหมู่บ้านถัดไป

อีกมุมหนึ่งของหมู่บ้านถัดไป

บรรยากาศทิเบตรายทาง

บรรยากาศทิเบตรายทาง

วันนี้ก็ไม่รู้สึกอยากอาหารเหมือนเมื่อวาน แต่อยู่ดี ๆ ท้องร้องจ๊อก ๆ และไม่มีแรงเลยหยุดและกินไข่ต้มท่ีเหลือจากเมื่อวาน แกะ ๆ กินอยู่มีรถตู้คันหนึ่งโบกมือทักทาย เราก็โบกกลับ เอ้าเฮ้ย…รถตู้จอดและถอยหลังกลับมาหาเรา เวชกำลังหยิบผลไม้อบแห้งกินต่อ เลยเดินไปหาเขาและแบ่งให้กิน ตอนแรกเขาไม่เอาแต่เราขะยั้นขะยอให้หยิบคนละอัน เพราะนั่งกันมาสองคน เขาบอกให้เอาจักรยานขึ้นรถและชวนเราไปกินข้าวด้วยกันท่ีไหนก็ไม่รู้ เราปฏิเสธไปเพราะเพิ่งกินไข่ต้มกันไป เฮ้อ..เห็นสองคนนี้แล้วให้นึกถึงหนุ่มสองคนท่ีพยายามโบกรถให้เราตอนท่ีเราปั่นอยู่ในทะเลทราย

ขึ้นเขากันต่อ เมืองแต่ละเมืองส่วนใหญ่จะอยู่ท่ีลุ่มพอออกจากเมืองปุ๊บก็ขึ้นเขาแทบจะทันที

ขึ้นเขากันต่อ เมืองแต่ละเมืองส่วนใหญ่จะอยู่ท่ีลุ่มพอออกจากเมืองปุ๊บก็ขึ้นเขาแทบจะทันที

ช่วง 2-3 วันนี้เราอยู่ท่ีระดับความสูง 3000-3800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปั่นขึ้นลงอยู่บนนั้นเป็นเวลา 2 วันได้ เป็นภูท่ีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเลย เห็นเขาเลี้ยงแพะ แกะและยอร์คกันมากมาย ระหว่างทางนี่เห็นโดมท่ีเขาสร้างขึ้นมาเหมือนเป็นรีสอร์ต ท่าทางน่าสนุกถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพราะเขาสร้างกระโจมเป็นวงกลมและมีท่ีย่าง ๆ อยู่ตรงกลางนั่งกินล้อมวง หมู่บ้านตามทางเริ่มให้ความรู้สึกว่าอยู่เมืองจีนล่ะแต่ก็ยังคงมีบรรยากาศของทิเบตอยู่

นี่คือทางเข้าอุโมงค์ อย่างกับประตูเข้าเมือง อุโมงค์นี้มืดมาก ไฟเวชไม่สว่างพอปั่นเข้าไปในความมืด มันโหวงเหวงน่าดู

นี่คือทางเข้าอุโมงค์ อย่างกับประตูเข้าเมือง อุโมงค์นี้มืดมาก ไฟเวชไม่สว่างพอปั่นเข้าไปในความมืด มันโหวงเหวงน่าดู

บนภูนี้มีวนอุทยานอยู่หลายแห่ง ช่วงนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ

บนภูนี้มีวนอุทยานอยู่หลายแห่ง ช่วงนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ

ฤดูใบไม้ผลิคงได้ชมนกกระเรียน ท่ีสวีเดนจะมีนกกระเรียนอพยพมาช่วงเมษา

ฤดูใบไม้ผลิคงได้ชมนกกระเรียน ท่ีสวีเดนจะมีนกกระเรียนอพยพมาช่วงเมษา

คิดว่าน่าจะทำเป็นท่ีพัก ถ้าปั่นผ่านตอนท่ีต้องหาท่ีพักอาจจะเข้าไปติดต่อ เสียดาย!!! ระหว่างทางก็เห็นมีทัวร์ขี่ม้าด้วย แต่ธรรมชาติเป็นท่ีโล่ง ๆ ไม่เหมือนกับท่ีเราออกไปท่ีเมืองลังมุซี่

คิดว่าน่าจะทำเป็นท่ีพัก ถ้าปั่นผ่านตอนท่ีต้องหาท่ีพักอาจจะเข้าไปติดต่อ เสียดาย!!! ระหว่างทางก็เห็นมีทัวร์ขี่ม้าด้วย แต่ธรรมชาติเป็นท่ีโล่ง ๆ ไม่เหมือนกับท่ีเราออกไปท่ีเมืองลังมุซี่

ระดับ 3840 จากตรงนี้ไปก็ลงเรื่อย ๆ

ระดับ 3840 จากตรงนี้ไปก็ลงเรื่อย ๆ

หลังจากผ่านจุดสูงสุดท่ีระดับ 3840 เมตรเราก็เริ่มลงอย่างเดียวสนุกมาก แต่ทางก็มีขึ้น ๆ ลง ๆ นิดหน่อย จนกระทั่งเรามาถึงเมืองสองพัน (Songpan) วันนี้ปั่นกันยาวหน่อยเกือบ 160 กม. มีเมืองหนึ่งที่อยู่ก่อนเมืองสองพัน เป็นแผนสำรองเผื่อว่าเวชปั่นไม่ไหวเพราะท้องยังอืด ๆ อยู่ แต่พอปั่นถึงเมืองนั้นมันดูไม่น่าอยู่เอาเสียเลย อีกอย่างเมืองสองพันน่าอยู่กว่ามีสถานท่่่่ีท่องเท่ียวมากกว่า เลยอดทนอีกนิดปั่นไปอีกประมาณ 20 กม. ดีท่ีทางลาดลง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ไหวแน่

สะพานท่ีเราปล่อยไหลลงจากเขามาเรื่อย ๆ

สะพานท่ีเราปล่อยไหลลงจากเขามาเรื่อย ๆ

ไหลลงเขามาเรื่อย ๆ พอเลี้ยวโค้งมาดันมาเจอทางขึ้น งง

ไหลลงเขามาเรื่อย ๆ พอเลี้ยวโค้งมาดันมาเจอทางขึ้น งง

ทั้ง ๆ ท่ีเช็คระดับความสูงมาก่อนแล้วแต่ก็ยังไม่วายประหลาดใจเวลาท่ีต้องมาเจอความชันเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่หลายโค้งและเกือบทุก ๆ 5-10 กม.

ทั้ง ๆ ท่ีเช็คระดับความสูงมาก่อนแล้วแต่ก็ยังไม่วายประหลาดใจเวลาท่ีต้องมาเจอความชันเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่หลายโค้งและเกือบทุก ๆ 5-10 กม.

เกสต์เฮาส์สตึกไตล์เก่า ๆ ท่ีเมืองสองพัน

เกสต์เฮาส์สตึกไตล์เก่า ๆ ท่ีเมืองสองพัน

ในเมืองเก่าของท่ีเมืองสองพัน

ในเมืองเก่าของท่ีเมืองสองพัน

จุดท่องเท่ียวของเมืองสองพัน

จุดท่องเท่ียวของเมืองสองพัน

8 thoughts on “จีน => ออกจาก Langmusi (ลังมุซี่) ไป Zoige (โซยเก) และ Songpan (สองพัน)

  1. Mamma we

    Tack för alla härliga bilder! Det var riktigt kul att se er på hästryggen och alla bilder på intressanta byggnader med helt annorlunda arkitektur, snöklädda bergstoppar, Jakarta och yes, you name it.
    Kram från Mamma we

    Reply
  2. Mamma we

    Det blev Jakarta men jag menade jakar (djuren). Ibland gör ordbehandlaren en del hyss. Man kan kalla den för Emil.

    Reply
  3. m

    hey ,
    when you get a chance take a look at thoms blog i asure you your going to have a big laugh……..i wont reveal anymore than that…….

    take care

    mat

    Reply
  4. บุษบง

    เมืองสองพันสวยอะเวช // คนที่ชวนขึ้นรถคงงงเนอะ คนบ้าไร ชวนมาสบายๆไม่ยอมมา 55555

    Reply
    1. admin Post author

      ได้ยินว่าท่ีจีนเขารื้อบ้านเก่าทิ้งและสร้างตึกสูง ๆ แทน แต่ตรงนี้เป็นสถานท่ีท่องเท่ียวเลยรอดไปมั้ง ในเมืองมีแค่นั้นแหละแต่เขามีกิจกรรมบนภูเขาในธรรมชาติเยอะ อย่างไปขี่ม้าเดินเทรคกิ้ง ล่องแพ เราก็อยากอยู่แต่ติดวันชาติเขานั่นแหละ เลยรีบจรลีเข้าเฉินตู เคยเตือนเพื่อน ๆ ท่ีสวีเดนว่าอย่ามาเมืองไทยช่วงสงกรานต์ เราดันมาเจอสงกรานต์จีนสะเอง 🙂

      Reply
  5. Aey

    หลังจากห่างหายไปกว่าครึ่งเดือนเพราะต้องออกทะเลตามหาม้านำ็ ตอนนี้กลับมาบ้านภูเก็ตแล้ว มานั่งไล่อ่านทริปของพี่เวชต่อแล้วค่ะ สนุกและเพลิดเพลินเหมือนเดิม ใกล้ถึงบ้านแล้วนะคะ ตอนนี้ทางใต้ฝนตกหนักตลอด ภาคกลางบางแห่งก็น้ำท่วมค่ะ

    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

    เอ

    Reply
    1. admin Post author

      ขอบคุณค่ะ…เอ ฝนตกหนักออกทะเลไม่น่ากลัวหรือคะ? ลูกทะเลกลัวได้งัยเนอะ!! เจอมั้ยคะม้าน้ำ เอมีกิจกรรมน่าสนุกเยอะแยะนะ ยังงัยก็ระวังสุขภาพเช่นกันค่ะ พวกพี่มาจอดยาวเลยท่ีเฉินตู วันนี้จะปั่นเบา ๆ ครึ่งวันค่อย ๆ ไป ไปเมืองเลอชัน ต้องต่ออายุวีซ่าค่ะ

      Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *