ตุรกี => จาก Samsun (ซัมซุน) ไป Giresun (กีเรอซุน)

อยู่ต่อที่ซัมซุนอีกหนึ่งวัน ไปกินข้าว เดินเที่ยวไปทางริมทะเลดำ ซัมซุนเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ คนตุรกีเองก็มาเที่ยวเองด้วย มีเรือใหญ่ ๆ มาจอดมากมาย วันนี้ฝนตกอีกแล้ว แฉะ ๆ เลยกลับมาที่โรงแรม เจอคนที่ทำงานชั่งนน.รถบรรทุกที่เราแวะเมื่อวันก่อนด้วย เขายังจำเราได้ อิอิ เหมือนเดินอยู่แถวบ้านแล้วมีคนรู้จักมาทักทาย 🙂 โจคิมซื้อเบียร์กระป๋องที่ร้านข้างทาง ท่าทางร้านนี้ยิ่งละอายกลัวบาปกว่าที่อื่นมั้ง เพราะเอาเบียร์ห่อกระดาษนสพ.แล้วค่อยใส่ในถุงหูหิ้วสีดำ เขาไม่ได้หยิบจากตู้ข้างนอกที่โชว์อยู่ แต่หยิบจากตู้ข้างในร้านแล้วห่ออย่างเรียบร้อย ตอนนี้เวลาเดินไปไหนเห็นใครหิ้วถุงดำ 99.99% น่าจะเป็นเบียร์น้ำดื่มต้องห้าม 😉

ภาพในเมืองซัมซุนริมทะเลดำ

ภาพในเมืองซัมซุนริมทะเลดำ


อตาเติร์ก-ทหารยศพันโทที่รวบรวมกำลังพลทหารกู้ตุรกียึดอำนาจจากสุลต่าน

อตาเติร์ก-ทหารยศพันโทที่รวบรวมกำลังพลทหารกู้ตุรกียึดอำนาจจากสุลต่าน


รถตู้เยอะแยะเหมือนแถวสนามหลวงบ้านเราเลย มีคนออกมายืนเรียกผู้โดยสารด้วย

รถตู้เยอะแยะเหมือนแถวสนามหลวงบ้านเราเลย มีคนออกมายืนเรียกผู้โดยสารด้วย


ในถุงดำมีอะไรเอ่ย???

ในถุงดำมีอะไรเอ่ย???


กินข้าวอิ่มแล้ว แต่พอเดินผ่านร้านของหวานก็อดใจไม่ได้ ต้องแวะเสียหน่อย ซื้อมาอย่างละชิ้นสองชิ้น ไม่แพงมาก รู้งี้ซื้ออีกหน่อยก็ดี 🙂 กลับมาที่โรงแรมเราแวะชงกาแฟเอาขึ้นไปดื่มบนห้องกับขนมหวานที่ระเบียง ช่างมีความสุข
ร้านเค้กและขนมหวานที่ดูน่ากินไปหมด

ร้านเค้กและขนมหวานที่ดูน่ากินไปหมด


เช้าวันต่อมา เห็นอากาศแล้วไม่อยากจะไปไหนเลย ฟ้ามืดอีกแล้ว แต่ดีตรงที่ไม่หนาว ลมไม่แรง และแล้วฝนก็ตก เปียกแฉะไปหมด และทางที่จะออกจากเมืองซัมซุนกำลังซ่อมแซมถนน ที่นี้เลยเขรอะเลอะดินโคลนทั้งกระเป๋าและจักรยาน ตัวก็เปื้อนโคลนเต็มหน้าเต็มตัวไปหมด
ภาพจักรยานที่เลอะเทอะ ผลลัพธ์จากการปั่นผ่านตรงที่เขากำลังซ่อมแซมถนนกัน

ภาพจักรยานที่เลอะเทอะ ผลลัพธ์จากการปั่นผ่านตรงที่เขากำลังซ่อมแซมถนนกัน


ออกมาได้นิดนึงก็เที่ยงวันเลยแวะกินข้าวเที่ยงก่อน และคุยกัน โจคิมรู้สึกไม่ค่อยมีอารมณ์เพราะต้องย้ายต้องเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ ส่วนเวชแค่เบื่อตอนที่ต้องแพ๊คของก่อนปั่น แต่พอปั่นออกมาได้สักพักรู้สึกปั่นสบายเพราะทางลาดลงนิด ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนปั่นเสือหมอบ วันนี้ทำความเร็วได้ตั้ง 24 กม./ชม. ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปั่นออกจากสวีเดนเลยมั้ง อืม…มีครั้งหนึ่งที่ปั่นจากสโลวาเกียเข้าฮังการี นั่นแทบไม่ต้องปั่น เพราะพายุดันหลังมาตลอด ตอนนั้นปั่นเหมือนปั่นไปหน้าปากซอยซื้อขนมที่เซเว่นมากกว่า แต่ความเร็วอยู่ที่ 35-40 กม./ชม. 🙂

ปั่นกันมาได้ 74 กม.ใช้เวลาแค่ 3 ชม. ถ้ารู้ว่าทางลาดลงปั่นสบายอย่างนี้ คงจะออกมาเร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้น่าจะปั่นได้มากกว่าร้อยโลแน่ เสียดาย เราแวะปั้มทำธุระกันหน่อย พอเวชเดินเข้าไปก็เห็นมีคุณป้าคนหนึ่งกำลังล้างมือ เธอหยุดกิจกรรมนั่นแล้วหันมาพ่นเตอร์กิชใส่ยาววว เอ่อ..เขาไม่เห็นความแตกต่างว่าใครเป็นนักท่องเที่ยวใครเป็นเตอร์กิชหรืองัย เงียบไปสักพัก คาดว่าคงจะพยายามหาคำ แล้วคุณป้าก็ทำลายความเงียบด้วย “boys and girls” อ้าวเฮ้ย!!! แหม..เห็นหน้าอกหน้าใจฉันมีน้อย ๆ แต่ฉันก็ยังต้องนั่งฉี่อยู่นะเว้ย เฮ้อ..ไม่เคยเห็นผู้หญิงผมสั้นหรืองัยหึ

เราพักที่เกสเฮาส์ติดทะเลดำ ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งด้วย เพลินไปเลย ก่อนออกจากที่พักเราจัดการเอาน้ำใส่ขวดมาฉีดล้างรถที่เขรอะมาจากเมื่อวาน เลยเห็นซี่ล้อที่อยู่ใกล้กับล๊อค “งอ” รู้ทันทีว่าทำไม ต้องเป็นเด็กที่โรงแรมที่พยายามยก (น่าจะลากมากกว่า) จักรยานเรามาจากที่จอดรถซึ่งอยู่ห่างออกไปสัก 200-300 เมตร ฮึ่ม…หาเรื่องให้พวกฉันอีกแล้ว เลยย้ายเอากระเป๋าสองใบข้างหลังที่หนักกว่ามาไว้ข้างหน้าแทนเผื่อว่าจะยืดอายุมันได้หน่อย

เราปั่นมาตามทางหลวงเลียบทะเลดำ สวย ชอบมากเลย แต่แวะยากเพราะเราปั่นอยู่อีกฝากถนนหนึ่ง เลยชมจากอานแทน ได้แต่เอาเท้าแช่น้ำทะเล ยังไม่กล้าลงทั้งตัว กลัวหนาว รออีกหน่อยเห็นเขาว่าสักปลาย ๆ พค.นี่แหละน้ำจะอุ่นขึ้น เมื่อคืนเรานอนที่เกสเฮาส์ ลองต่อราคาเขาดูจาก 50TL เป็น 40TL แต่อีตาเจ้าของมันกลับย้อนศรเรา บอกว่า “เอามั้ย? จ่ายเพิ่มอีก 10TL ได้อาหารเย็น” เป็นไปได้มั้ยว่า มันเป็น bed & breakfast แต่พอเราต่อปุ๊บเลยกลายเป็น bed & dinner แทน อืม..น่าคิด

อาหารเย็นที่ Bed & Dinner รสชาติน้ำแกงเหมือนมาม่าต้มยำเลยอ่ะ แถมยังใส่ข้าวลงไปด้วยนะ เหมือนนั่งกินอยู่ริมทะเลบางแสนสมัยวัยเอ๊าะ ๆ เลย

อาหารเย็นที่ Bed & Dinner รสชาติน้ำแกงเหมือนมาม่าต้มยำเลยอ่ะ แถมยังใส่ข้าวลงไปด้วยนะ เหมือนนั่งกินอยู่ริมทะเลบางแสนสมัยวัยเอ๊าะ ๆ เลย


เช้าเราเลยออกกันแต่เช้าหน่อยแล้วไปหาอะไรกินตามทาง ปั่นมาเจอคาร์ฟูเอ๊กเพรส จอดซื้ออาหารเช้ากินกัน นั่งกินได้สักพัก ก็เห็นจักรยานคันหนึ่ง แบกสัมภาระเหมือนเราเล้ย เย้ๆๆ ในที่สุดเราก็ได้เจอเพื่อนนักปั่นทางไกลเป็นครั้งแรก “ทอม” เป็นคนที่เลี้ยวเข้ามาก่อน คุยกันได้นิดนึงก็มีอีกสองคันเลี้ยวตามมาคือ “นิค” และ “อาเธอร์” พวกเขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเรามาก่อนแล้วจากปั้มห้าดาวที่เราเคยพักหลังจากที่ออกจากบ้านเพื่อนที่เมืองซอนกูลดัค ทอมและนิคเจอกันโดยบังเอิญที่ซอนกูลดัค ส่วนอาเธอร์เป็นเพื่อนของนิคซึ่งบินมาจากอังกฤษมาร่วมเดินทางกับนิคจากเมืองซัมซุนไปเมืองหลวงของประเทศจอร์เจียคือทิบลิซิและจะบินกลับอังกฤษ ทอมจะปั่นไปเมืองไทยโดยจะปั่นเข้าอินเดียแล้วค่อยหาทางออกจากอินเดียเข้าไทย ส่วนนิคตั้งใจและปั่นเพื่อสะสมเงินทุนช่วยเหลือเด็กที่ด้อยการศึกษาที่อินเดียและจบทริปของเขาที่นั่น หลังจากที่คุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเส้นทางและความประสงค์ของแต่ละคนแล้ว เราทั้งห้าคนก็ปั่นไปด้วยกัน ตั้งใจไว้ว่าจะปั่นให้ได้มากที่สุดหรือจนกระทั่งแสงตะวันแห่งวันจะมืดดับไป แล้วมันก็มืดดับไปจริง ๆ เพราะเรามัวแต่ตระเวณหาที่พัก หาซื้อปลาสดที่ทอมอยากทำกินมาก ๆ และเพราะทางเลียบทะเลดำมีหมู่บ้านและคนอยู่กันเยอะมาก ทำให้เราหาที่กางเต้นท์ลำบาก อีกอย่างคือด้านนึงเป็นทะเล อีกด้านนึงเป็นเขา แต่ในที่สุดเราก็ปั่นออกมานอกเมืองหน่อย และสามารถกางเต้นท์ที่ปั้มแห่งหนึ่งที่มีที่ทางพอสำหรับเต้นท์ 4 หลัง เฮ้อ…วันนั้นก็ปั่นกัน 140 กม.
ได้เพื่อนนักปั่นชาวอังกฤษตั้ง 3 คนพร้อมกัน แต่เรายังคงรอที่จะเจอกับนักปั่นที่ปั่นมาจากเอเซียอยู่

ได้เพื่อนนักปั่นชาวอังกฤษตั้ง 3 คนพร้อมกัน แต่เรายังคงรอที่จะเจอกับนักปั่นที่ปั่นมาจากเอเซียอยู่

2 thoughts on “ตุรกี => จาก Samsun (ซัมซุน) ไป Giresun (กีเรอซุน)

  1. บุษบง

    ล้งเล้ง ล้งเล้ง อาตี๋ ลื้ออ่างป้ายม่ายอกหรือไงหา ล้งเล้ง เล้งล้ง

    Reply
    1. admin Post author

      เขียนได้ลึกจริงนะเพื่อนเรา นั่งนึกนอนนึกมาทั้งคืนยังไม่รู้ว่าใครมาล้งเล้งอาราย 🙂

      Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *