เข้ามาถึงอยุธยาเย็น ๆ มองหาที่พักกัน อยากจะอยู่ในเมืองจะได้เดินเที่ยวหรือปั่นเที่ยวไม่ไกลนัก มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา คุณสส. กลุ่มทัวร์ริ่งน้องใหม่ อยุธยานี่เอง เรามาเร็วเกินคาดไปหน่อย คุณสส.ตั้งตัวไม่ทัน ขาแรงค่ะ 🙂 เปล่าหรอกค่ะ ลมและทางที่ลงมาแทบตลอดทางช่วงแรกช่วยมากกว่าค่ะ เรามาที่ซอยฝรั่งที่เขาไม่มีเขียนถึงในหนังสือเดินทาง แต่มันเป็นชื่อเล่นของซอยนั้น เพราะมีเกสต์เฮาส์มากมายที่ฝรั่งชอบมาอยู่กัน เราเห็น Tony’s place ที่แรก ดูแล้วน่าอยู่ร่มรื่นเป็นบ้านทรงไทยโปร่ง ๆ
เวลาประมาณหนึ่งทุ่มคุณสส.ที่ติดตามเรามาทั้งทางบล๊อคของเราและทางไทยเอมทีบีโทรเข้า จะพาไปเลี้ยงเบียร์ยุดยา กลายเป็นมื้อเย็นสุดหรูริมน้ำกินลมชมวิววัดไปทางพนัญเชิงที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม นั่งดูเรือลำน้อย ๆ ที่ลากเรือบรรทุกลำใหญ่ ๆ และจากที่ได้คุยกับคุณสส. มาวันนี้ได้เพื่อนใหม่ทั้งกลุ่มเลย ยินดีที่ได้รู้จักกลุ่มทัวร์ริ่งน้องใหม่ พระนครศรีอยุธยา ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างเป็นพี่เป็นน้องช่างอบอุ่นดีแท้ค่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้นเราติดต่อกับพี่สมพิศกลุ่มรวมมิตร รวมทั้งอ๊อฟและต้น เพื่อนนักปั่นเมื่อ 8 ปีที่แล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันทุกปีไม่ได้ปั่นกันทุกครั้งที่เวชกลับมาเมืองไทย แต่เรายังติดต่อกันเสมอ ทริปแรกที่ได้พบกับพี่สมพิศลุงแซมคือทริปบางคล้า ที่เราปั่นไปต้อนรับกลุ่มคุณธานินทร์ และหลังจากทริปนั้นก็ไม่ได้เจอลุงแซมและพี่สมพิศเลยค่ะ เอ..ทริปปั่นที่แสลงหลวง ไม่รู้ว่าลุงแซมมาหรือเปล่า??? เพราะหลังจากนั้นเวชก็ไปอยู่กับกลุ่มอิสระ มีอ๊อฟและต้นในภาพ พี่เบน พี่นพ ป้าแสง จารย์เม้ง เบียร์ ท่าทางตอนนั้นเราว่างกันจริง ๆ เพราะทริปแรกยังไม่จบเราก็เริ่มคิดทริปต่อไปโดยเอาแผนที่ออกมากางกันเลย
พี่เบนซึ่งนั่งรถไฟมารับขวัญเราถึงหนองคาย ปั่นมาด้วยกันจนมาถึงอยุธยา เราจะหยุดเที่ยวกันสักวันสองวัน แต่พี่เบนต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เลยมาส่งเราแค่ที่ปั้มบางจาก นั่งดื่มกาแฟกัน พอได้เวลานัดกับพี่สมพิศ ต้นและอ๊อฟ เราก็แยกกับพี่เบนตรงนั้น แล้วย้อนกลับมาที่ตลาดโก้งโค้ง ทานข้าวกลางวันกัน คุยกันสนุกสนานไปเลย ดูแล้วท่าทางนักปั่นจักรยานจะมีเยอะกว่าชาวบ้านทั่วไปอีกนะค่ะ ขอบคุณต้นกะอ๊อฟด้วยนะค่ะที่อุตส่าห์ปั่นมาเจอพวกพี่ก่อน
พอแยกทางกันกับกลุ่มพี่สมพิศและต้นกะอ๊อฟแล้วเราปั่นอ้อมกลับไปเที่ยวในตัวเมืองอยุธยา ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยเปื่อย
เช้าวันที่เราจะออกจากอยุธยา กำลังเตรียมตัวกันอยู่ได้ยินเสียงฝนด้านนอก ตกหนักเสียด้วยสิ โอเค ๆ ตก ๆ เสียให้เสร็จนะ พอเราพร้อมที่จะปั่นฝนหยุดเหมือนเข้าข้างเรา ทำให้เราได้อากาศที่สดชื่นและระหว่างทางที่เราปั่นไปหาครอบครัวพี่ยาที่ปทุมธานี ไม่มีฝนสักเม็ดจนกระทั่งเรามานั่งรอพี่ยาที่หน้าปากซอยฝนลงเม็ด เหมือนพระพรมน้ำมนต์อย่างไรอย่างนั้นเลยแล้วก็หยุดไป ยิ่งรู้สึกเหมือนได้รับการต้อนรับแม้กระทั่งฝนฟ้าก็เป็นใจ
ได้เจอคุณลุงขณะที่นั่งรอ พอคุณลุงเห็นเสื้อเราแกเข้าใจทันทีว่านั่นคือธงชาติของประเทศที่เราปั่นผ่าน ๆ มา ที่น่าสนใจคือคุณลุงมีความเห็นเหมือนที่เราคิดและเริ่มเพื่อจะทำทริปนี้คือการใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

ป้ายต้อนรับเราที่ครอบครัวพี่ยาจัดให้ และภาพพี่ยาและพี่เอกที่หน้าบ้าน ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นค่ะ เรานั่งคุยและทานอาหารเช้ารอบสองกันได้สักพักใหญ่ ก็ต้องเดินทางต่อไปบางเลน เพราะเด็ก ๆ ที่บ้านที่บางเลนจะกลับบ้านกันดึกวันจันทร์ เราอยากเจอกับพวกเขาเลยต้องเดินทางต่อในวันเดียวกัน ธรรมดาเราไปบ้านพี่ยาเราจะต้องพักอยู่ที่พี่ยาสักคืนสองคืน วันนี้รู้สึกแปลก ๆ ที่เจอกันแป๊บเดียว เราจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งค่ะ

ก่อนออกจากบ้านพี่ยา พี่จุ๋มโทรมาบอกว่าตอนนั้นฝนตกหนักมากที่บางเลน เราก็เลยรู้สึกรีบนิด ๆ แต่ยังงัยเราก็ยังเลือกที่จะปั่นเส้นทางเล็ก ๆ เรียบไปกับทุ่งนาแต่ก่อนที่จะถึงทุ่งนาเราต้องผ่านถนนใหญ่ ๆ แล้วต้องปั่นข้ามทางแยกที่ใหญ่มาก น่าตื่นเต้นและน่ากลัว เพราะเราเริ่มเฉียดเข้าใกล้กรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรา แทบแย่กว่าจะเลี้ยวเข้ามาตรงสะพานที่เขาให้กลับรถ โชคดีมีรถสีดำคันหนึ่งใจดี เปิดไฟฉุกเฉินและชลอให้เราปั่นเข้าช่องทางด้านใน ไม่ทราบว่าเป็นใครแต่อยากให้มีคนมีน้ำใจมากขึ้น ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ
ช่วงที่เราปั่นเข้าบางเลน เราอยากจะไปให้ถึงบางเลนเลยไม่ค่อยมีภาพมาลงให้ดูกัน มีรูปทุ่งนาที่เราเห็นตามทางนี้

ก่อนที่เราจะเข้าบ้าน เราปั่นแวะไปที่หน้าบ้านเก่าซึ่งเป็นบ้านที่โจคิมเคยอยู่เมื่อตอนที่มาเมืองไทยตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หลังจากนั้นเราปั่นไปที่วัดไปไหว้คุณพ่อซึ่งจากไปเมื่อ 5 ปีก่อนและหน้าบ้านครอบครัวรับรองของโจคิม


























