จีน => จาก Gannan (กันนัน) – Luqu (ลูคู) – Langmusi (ลังมุซี่)

2-3 วันท่ีผ่านมาโดนฝนเล่นงานจนเปียกปอนจนถึงกันนัน แต่จากกันนันเช้ามาฟ้าใสแถมลมก็ไม่มีอย่างนี้สิค่อยน่าปั่นเท่ียวหน่อย ท่ีกันนันนี่เริ่มเข้าเขตท่ีี่มีคนทิเบตเป็นส่วนมาก บ้านเมืองมีรูปทรงและทาสีตกแต่งไปทางสไตล์ทิเบต เห็นคนแถวนี้ยังแต่งตัวพื้นเมืองของทิเบตเดินกันขวักไขว่ เราปั่นผ่านวัดเห็นพระทิเบต พูดถึงถ้าเราไปทิเบตต้องซื้อทัวร์และไกด์ราคาค่อนข้างแพง ปั่นเท่ียวอยู่แถวนี้ก็ได้บรรยากาศของทิเบตได้เหมือนกัน เคยได้ยินคนเยอรมันคนหนึ่งท่ีเจอท่ีซาร์มาคัน เขาว่าแถวนี้ยังดูเป็นทิเบตมากกว่าในทิเบตเองด้วยซ้ำไป เอาไว้ทริปหน้าเราจะไปพิสูจน์ 😉

ป่ันลงเขามาเห็นวัดแต่ไกลท่ีหมู่บ้านนึงแวะเข้าไปถ่ายรูปวัด มีพระรูปหนึ่งชวนให้เข้าไปดื่มชา คุยกันสักพักเรื่องพระไทยท่านรู้ว่าพระไทยออกไปบิณฑบาตรแต่ท่านต้องทำอาหารเอง เราเข้าใจเช่นนั้นและขึ้นไปดูภายในวัด เราก็ไม่รู้ประเพณีของวัดท่ีนี่เนอะ ตอนแรกว่าจะออกไปเอาเงินมาบริจาคให้พระโดยตรง แต่พอดีมีแต่แบงค์ 50 หยวน เยอะไปหน่อย ยังไม่รวยขนาดจะบริจาคขนาดนั้นอ่ะ แต่พอขึ้นไปชมภายในวัด เห็นเขาบริจาคแบงค์ 1 หยวนกัน ก็เลยเดินลงไปเอามา 2 หยวนและหย่อนไว้ท่ีนั่นด้วย พระท่านก็อยากให้เราอยู่คุยต่อนะ แต่เราต้องไปต่อเลยถ่ายรูปกันเป็นท่ีระลึกแล้วก็ร่ำลากัน ดูท่านน่าศรัทธานะ อยู่แบบง่าย ๆ ท่ีนอนเรียบง่าย

ปั่นผ่านหมู่บ้านเห็นวัดแต่ไกลเลยแวะเข้าไปดู

ปั่นผ่านหมู่บ้านเห็นวัดแต่ไกลเลยแวะเข้าไปดู

เขาจะหมุนเวลาท่ีสวดมนต์

เขาจะหมุนเวลาท่ีสวดมนต์

นั่งดื่มชาท่ีกุฏิเลย ตรงท่ีพระนั่งคือท่ีนอน ท่ีอ่านหนังสือ อยู่ภายในห้องเล็ก ๆ นั่น

นั่งดื่มชาท่ีกุฏิเลย ตรงท่ีพระนั่งคือท่ีนอน ท่ีอ่านหนังสือ อยู่ภายในห้องเล็ก ๆ นั่น

ด้านหน้าวัด

ด้านหน้าวัด

ด้านใน ดูอลังการมากไม่เหมือนท่ีดูจากภายนอก

ด้านใน ดูอลังการมากไม่เหมือนท่ีดูจากภายนอก

วันนี้อากาศดี ส่วนใหญ่เราจะพกขนมปังไว้กินตอนเท่ียง หิวเมื่อไหร่ก็หยุดกินกันเมื่อนั้น หมู่บ้านแถวนี้คนเขามีอัธยาศัยดี ร้องทักทายแม้แต่เด็กเล็ก ๆ ชื่นใจจัง เราเช็คในแผนท่ีและรู้วาวันนี้ต้องปั่นขึ้นเขาแต่ไม่ชันเท่าไหร่

หมู่บ้านระหว่างทาง

หมู่บ้านระหว่างทาง

ป้ายนี้ชอบมาก แต่กว่าจะมาเจอก็ต้องปั่นขึ้นมาก่อนแหละเนอะ

ป้ายนี้ชอบมาก แต่กว่าจะมาเจอก็ต้องปั่นขึ้นมาก่อนแหละเนอะ

อากาศเริ่มดีขึ้น ได้เอากล้องออกมากด ๆ บ้างละ

อากาศเริ่มดีขึ้น ได้เอากล้องออกมากด ๆ บ้างละ

เมื่อวานเราออกมาจากกันนันสายเลยปั่นได้ไม่ไกลนักตั้งใจว่าจะไปพักท่ีเมืองลูคู ปั่น ๆ ไปก่อนจะถึงเมืองนั้นเห็นจุดกางเต้นท์และสายน้ำเลยหยุดเสียตรงนั้นเพราะใกล้มืดเต็มที หาท่ีหาทางจัดเก็บทุกอย่างเรียบร้อย เริ่มลงเม็ดเล็ก ๆ เข้าเต้นท์ดีกว่า แป๊บเดียวเท่านั้นเองฝนเทลงมาเลยทันเวลาพอดี

เช้าออกมาอากาศยังดี ๆ อยู่ แต่พอกางเต้นท์จัดของเรียบร้อย มุดเข้าเต้นท์ปุ๊บฝนตกปั๊บ ทันเวลาพอดี เฮ้อ..

เช้าออกมาอากาศยังดี ๆ อยู่ แต่พอกางเต้นท์จัดของเรียบร้อย มุดเข้าเต้นท์ปุ๊บฝนตกปั๊บ ทันเวลาพอดี เฮ้อ..

เช้ามาฝนก็ยังตกอยู่ ท่ีจริงมันตกทั้งคืนเลยแหละ นอนฟังเสียงฝนตอนกลางคืนโดยท่ีไม่ต้องออกไปข้างนอกมันเพลินกว่าตอนเช้าท่ีจำเป็นต้องเก็บเต้นท์และเดินทางต่อ 🙁 เวลาอยู่ในเต้นท์เสียงอะไรต่อมิอะไรมันดูเกินจากความเป็นจริงไปหน่อย เพราะพอเราออกมาลมท่ีเราได้ยินเหมือนพัดกันสนั่นหวั่นไหวก็เบาลง ฝนท่ีคิดว่ายังตกหนักอยู่ก็แค่ปรอย ๆ นิด ๆ

ร้านอาหารข้างทาง ไม่มีเมนูเพราะเขาขายอยู่อย่างเดียวคือก๋วยเตี๋ยว

ร้านอาหารข้างทาง ไม่มีเมนูเพราะเขาขายอยู่อย่างเดียวคือก๋วยเตี๋ยว

ทางขึ้น ๆ ลง ๆ

ทางขึ้น ๆ ลง ๆ

วิวระหว่างทางท่ีเริ่มงดงามหลังฝน

วิวระหว่างทางท่ีเริ่มงดงามหลังฝน

วิวถัดไปอีก 2-300 เมตร

วิวถัดไปอีก 2-300 เมตร

อีกมุมหนึ่ง

อีกมุมหนึ่ง

เห็นป้ายบอกทางเข้าเมืองลังมุซี่ว่าอีก 3.7 กม. เฮ่อ..ขึ้นลงมาทั้งวันอยากเห็นป้ายแล้วถึงเลยอะไรประมาณนั้น แต่นี่ต้องเลี้ยวไปอีกทางจากถนนใหญ่ ไปก็ไป ท่ีเมืองนี้สูงถึง 3300 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นถึงเย็นมาก อ่านใน Lonely Planet เขาว่าเกสต์เฮาส์นี่น่าอยู่ ลองเชื่อดูหาไม่ยากด้วยช่วงนี้น่าจะไม่ใช่ฤดูกาลท่องเท่ียวเขายกห้อง 8 เตียงให้เราเลยราคา 70 หยวน แต่ภายในห้องมีแต่เตียงจริง ๆ เครื่องทำความร้อนหามีไม่ อึ๋ย…เย็นมากนั่งในห้องยังต้องใส่เสื้อกันหนาวกันตั้งหลายชั้น แต่มันถูกดี ท่ีเมืองนี้มีร้านอาหารท่ีมีแต่อาหารฝรั่งด้วย รู้สึกหิวสปาเกตตี้และเฟรนช์ฟรายด์ขึ้นมากระทันหัน เลยเดินไปกินมื้อเย็นกันท่ีนั่น เมืองนี้เห็นนักท่องเท่ียวส่วนใหญ่เป็นคนจีน แต่มีบางส่วนท่ีเป็นชาวต่างชาติอยู่เหมือนกัน เราเจอคนสวิสมั้ง เขาซื้อจักรยานท่ีเฉินตูปั่นมาถึงเมืองนี้แล้วขายจักรยานเดินทางต่อโดยรถทัวร์ เข้าท่าดีเหมือนกันเนอะ

แล้วเราก็ฟันฝ่ามาถึงเมืองลังมุซี่จนได้ ท่ีนี่คือเกสต์เฮาส์ท่ีเขาแนะนำใน Lonely Planet

แล้วเราก็ฟันฝ่ามาถึงเมืองลังมุซี่จนได้ ท่ีนี่คือเกสต์เฮาส์ท่ีเขาแนะนำใน Lonely Planet

หลังจากท่ีกินอาหารจีนและมุสลิมมานาน ขอชิมสปาเก็ตตี้และเฟรนช์ฟรายด์ร้านนี้หน่อยละกัน

หลังจากท่ีกินอาหารจีนและมุสลิมมานาน ขอชิมสปาเก็ตตี้และเฟรนช์ฟรายด์ร้านนี้หน่อยละกัน

เราปั่นกันมาตลอดทั้ง 11 วันเลยอยากหยุดสักวัน ถ้าอย่างนั้นต้องหากิจกรรมทำและท่ีร้านอาหารฝรั่ง เขามีทัวร์ออกไปเทรคกิ้งบนหลังม้าด้วย จริง ๆ ต้องบอกล่วงหน้า 1 วัน ช่วงนี้คงยังไม่ค่อยมีคนเขาเลยขอเวลา 2 ชม. พอได้เวลาเราเดินไปท่ีคอกม้า เขาสอนเราบังคับม้าให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาให้เดิน, หยุด สอนให้จับบังเหียนยังงัย ขึ้นลงม้า ดูเขาทำแล้วง่ายจังเนอะ แต่พอเราจะปีนขึ้นม้า หง่า.. ต้องให้เขาช่วยดันขึ้น พอขึ้นไปบนหลังม้ารู้สึกสูงมาก ม้าพวกนี้น่าจะถูกสอนจนเชื่องบังคับง่ายมาก ดึงบังเหียนไปทางขวานิิดเดียวก็เลี้ยวตามละ แต่มันชอบแอบกินหญ้า เขาบอกว่าไม่ควรให้มันกิน เพราะเดี๋ยวมันปวดท้อง เหมือนคนกินเสร็จก็ต้องพักผ่อน แต่มันต้องเดินต่อเพราะฉนั้นอดกิน ต้องคอยดึงบังเหียนเข้าตัวเพื่อดึงหัวมันขึ้น

ครั้งแรกท่ีออกไปเดินในธรรมชาติบนหลังม้า สนุกดี

ครั้งแรกท่ีออกไปเดินในธรรมชาติบนหลังม้า สนุกดี

ให้ม้าแวะกินน้ำ ถ้ามันอยากกินน้ำ เราต้องผ่อนบังเหียนให้มันได้ก้มลงไปกิน

ให้ม้าแวะกินน้ำ ถ้ามันอยากกินน้ำ เราต้องผ่อนบังเหียนให้มันได้ก้มลงไปกิน

SONY DSC

ออกทริปไปเจอคนจากเมืองปราก แต่เขาทัวร์สองวันเลยแยกกันระหว่างทาง

ออกทริปไปเจอคนจากเมืองปราก แต่เขาทัวร์สองวันเลยแยกกันระหว่างทาง

ไกด์ถ่ายให้

ไกด์ถ่ายให้

อีกใบหนึ่ง

อีกใบหนึ่ง

ครึ่งทางก่อนท่ีเราจะกลับเข้าเมืองไกด์พามาพักแถวนี้ พักก้นมากกว่า เมื่อยเหมือนกันแต่อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่เคยชินก็ได้นะ ทัศนียภาพแถวนั้นสวยมาก นี่ถ้าเราเดินกันเข้ามาเองคงใช้เวลานาน มีบางช่วงม้ามันเดินใกล้ขอบของความชันไปหน่อย กลัวนิด ๆ ว่ามันจะลื่นแล้วข้าพเจ้าจะตกม้าตายจริง ๆ แต่มันฉลาดพอท่ีจะไม่ทำร้ายตัวมันเองและผู้อื่น 🙂 เขาไม่ได้ใส่เกือกม้าให้มันเพราะบางทีเราเดินเข้าไปในทุ่งหญ้าอาจทำให้มันลื่น เดินไปเดินมาเรามาเห็นซากยอร์คกลางทุ่ง ตอนแรกนึกว่าใครมาขโมยฆ่ามัน แต่ไกด์ว่าเป็นฝีมือของหมาป่า

ยอร์คตัวนี้โชคร้ายเจอฝูงหมาป่าไล่ล่า ไกด์เรานับอายุของมันได้ 7 ปีจากเขาของมัน

ยอร์คตัวนี้โชคร้ายเจอฝูงหมาป่าไล่ล่า ไกด์เรานับอายุของมันได้ 7 ปีจากเขาของมัน

เมื่อยกันมาจากหลังม้า เราตั้งใจจะเดินทางต่อวันรุ่งขึ้น แพ๊คกระเป๋า ล้างจักรยาน เต้นท์ตากแห้งแล้ว เตรียมตัวกันพร้อม พอเช้าโจคิมตื่นไปเข้าห้องน้ำ มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นรถคันหนึ่งสีดำแต่เอ..ทำไมหลังคามันสีขาว ไอ่หย๋า..หิมะนี่นา เอาละสิ มองขึ้นไปบนภูเขาก็เห็นขาว ๆ เสร็จเลย ความไม่อยากออกไปไหนทวีขึ้นปรี๊ด แล้วเราก็ตัดสินใจอยู่ต่ออีกคืนแบบพักผ่อนให้เต็มท่ีเสียเลย

วัดท่ีเราขึ้นไปเยี่ยมชมก่อนออกจากลังมุซี่

วัดท่ีเราขึ้นไปเยี่ยมชมก่อนออกจากลังมุซี่

10 thoughts on “จีน => จาก Gannan (กันนัน) – Luqu (ลูคู) – Langmusi (ลังมุซี่)

  1. Dan Claesson

    Ligger själv i sängen och lyssnar på godmorgon världen. Ingen snö ute dock har vi haft kalla nätter. De som pendlar med bil har fått skrapa rutorna.
    Annars är det som vanligt . USA går mot sitt budgetstup, priset på hus och lägenheter stiger, börsen går upp m.m
    Ni skall vara glada av att slippa åka igenom Pakistan då där sprängdåd utförs många gånger i veckan nuförtiden.
    När räknar ni med att vara vid gränsen till LAOS?
    Ha det gott!

    Reply
    1. admin Post author

      Det är så gott som spikat att lämnar Luang Prabang den 10 november vilket gör att vi bör vara vid gränsen 4-5 dagar senare. En sak som spelar stor roll i sammanhanget är var och när jag ska söka visum till Thailand.

      /Joakim

      Reply
  2. ชัย

    สวัสดีครับ เพิ่งจะได้ติดตามครับ แต่ได้อ่านภาคภาษาไทยจบแล้ว ภาษาอังกฤษก็ได้อ่านบ้างครับ แต่อ่านผ่านๆ เดี๋ยวถ้ามีเวลาว่างจะอ่านภาษาอังกฤษอีกรอบครับ

    ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ได้อ่านแล้วทำให้คิดได้ว่าในขณะที่ผมกำลังอยู่เมืองไทย วันๆก็ทำงาน ใช้ชีวิตธรรมดาแบบคนทั่วไป แต่ที่อีกมุมหนึ่งของโลกยังมีคนที่พยายามทำสิ่งที่ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้

    ผมขอขอบคุณที่ได้แบ่งสิ่งดีๆแบบนี้ให้กับผมและคนอื่นๆ ผมว่าสิ่งที่พวกคุณทำอยู่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนหลายๆคนได้ลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง ถึงแม้สิ่งนั้นอาจจะไม่ใช่การขี่จักรยานก็ตาม

    ถึงแม้ตอนนี้พวกคุณยังไม่ถึงเมืองไทยก็ตาม แต่ผมก็ขอชมเชยพวกคุณครับ อาจเป็นคำชมทีอ่านดูแล้วอาจจะรู้สึกแปลกๆนะครับ แต่เป็นคำชมที่มาจากใจจริงๆนะครับ ผมว่าพวกคุณ “ได้ใช้ชีวิตคุ้มแล้ว”

    จะติดตามต่อไปครับ จะติดตามจนกว่าพวกคุณจะถึงเมืองไทยครับ ถ้ามีโอกาศอาจจะขอไปต้อนรับด้วยครับ ขอให้ปลอดภัยนะครับ จะเป็นกำลังใจให้

    Reply
    1. admin Post author

      ขอบคุณค่ะคุณชัยท่ีเข้ามาติดตามและเป็นกำลังใจให้พวกเรา เราอาจจะเขียนคล้าย ๆ กันในเรื่องของเส้นทางดินฟ้าอากาศ แต่ความรู้สึกและประสบการณ์ท่ีเราได้นั้นไม่เหมือนกันแน่นอน ถ้ามีเวลาลองอ่านดูนะค่ะ โจคิมเขาเขียนดีกว่าเวชเยอะ เวชเด็กใหม่หัดเขียนค่ะ ดีใจท่ีการเขียนเล่าเรื่องประสบการณ์ท่ีได้ผ่านพบมาตลอดทางสามารถจุดประกายความคิดให้กับคนสักคนหนึ่ง แค่นี้ก็ปลื้มแล้วค่ะ ยินดีนะค่ะถ้าคุณชัยจะมาร่วมเส้นทางกับเรากับช่วงหนึ่ง เราจะออกจากจีนเข้าลาวท่ีหลวงน้ำทา ปั่นไปหลวงพระบาง แต่ท่ียังไม่แน่คือไม่รู้ว่าจะเข้าไทยทางไหนดี หนองคายหรือเชียงของ?? ไว้ถ้าพวกเราตัดสินใจได้จะเขียนลงในบล๊อคอีกทีค่ะ สนใจเส้นทางไหนท่ีเราปั่นผ่านกันมาถามได้นะค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างทำได้ค่ะอยู่ท่ีเราและเวลาอันเหมาะเจาะเพื่อลุกขึ้นมาทำเท่านั้นเองค่ะ ถ้างั้นเวชขอเป็นแรงเชียร์ให้คุณชัยได้ทำในสิ่งท่ีอยากทำนะค่ะ

      Reply
  3. Meo sao

    ชอบไปข่ีม้ากันครับน่าสนุกมาก. เด็กผู้ชายอย่างผมชอบหนังคาวบอยแทบทุกคน

    Reply
    1. admin Post author

      ครั้งแรกในชีวิตท่ีได้ขี่ม้าออกไปในธรรมชาติบนภูเขาแบบนี้ มีความสุขและตื่นเต้นมากม้าท่ีเราขี่นั่นก็บังคับง่ายมากเลย คุณแมวเซาไปขี่ม้าท่ีไหนคะ?

      Reply
    1. admin Post author

      ขอบคุณค่ะลุงเนตรท่ียังติดตามกันอยู่ ใกล้บ้านเข้ามาทุกทีตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ

      Reply
  4. บุษบง

    รูปทุ่งหญ้าที่ไปขี่ม้าน่ะ เหนือจริง จริงๆ 555555

    Reply
    1. admin Post author

      ขี่ม้าสนุกดี ขี่แค่คร่ึงวันเองแต่เมื่อยมาก ไม่เคยชินเพราะธรรมดาทำตัวเป็นม้าเอง เหอะ ๆ ๆ

      Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *